ทำอย่างไรหากสงสัยว่า “แพ้เครื่องสำอาง” แพ้เครื่องสำอาง เป็นอีกหนึ่งอาการที่หลายคนประสบปัญหา โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มีลักษณะผิวบอบบางแพ้ง่าย ทำให้เกิดอาการแพ้ ซึ่งจำเป็นต้องรู้วิธีการสังเกตผลิตภัณฑ์ที่ทำให้แพ้ เพื่อการปฏิบัติที่เหมาะสมหลังมีอาการ รวมถึงการเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในอนาคตให้เหมาะสมกับสภาพผิว ทั้งนี้เมื่อเลือกผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสมก็จะช่วยหลีกเลี่ยงอาการแพ้ได้

แพ้เครื่องสำอางทำให้เกิด ผื่นสัมผัส (Contact dermatitis) ซึ่งเป็นปฏิกิริยาการอักเสบของผิวหนังที่เกิดจากการสัมผัสกับเครื่องสำอาง จากส่วนประกอบจำพวกน้ำหอมหรือสารแต่งกลิ่น และสารกันเสียกันบูด
แพ้เครื่องสำอาง ที่พบบ่อยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

ได้แก่ การระคายเคืองและการแพ้

1. ผื่นระคายสัมผัส เกิดจากการระคายเคือง อาจเกิดได้จาก กรดผลไม้ (AHA) BHA ยารักษาสิว ผลิตภัณฑ์สครับหรือขัดหน้า ผลิตภัณฑ์กำจัดขน เป็นต้น รู้สึกแสบหรือมีอาการคัน โดยมักจะเกิดขึ้นเร็วหรือทันทีที่ใช้

2. ผื่นแพ้สัมผัส ที่พบบ่อยมักเกิดจากส่วนประกอบจำพวกน้ำหอมหรือสารแต่งกลิ่น และสารกันเสียกันบูด ยาย้อมผม เป็นต้น รู้สึกคัน มีผื่นแดง หลังใช้ไปสักระยะ ใช้เวลานานกว่าการระคายเคือง

นอกจากนี้บางครั้งเครื่องสำอาง อาจก่อให้เกิดเกิดสิวลุกลามหรือรอยดำคล้ำ รอยด่าง แต่พบไม่บ่อย

วิธีรักษาอาการแพ้

หากแพ้ไม่รุนแรง ให้หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้แพ้ทันที เพราะสามารถหายได้เอง หรือถ้ามีอาการแพ้ที่รุนแรงขึ้นควรรีบพบแพทย์
วิธีสังเกตผลิตภัณฑ์ที่ทำให้แพ้

1. สังเกตว่าอาการแพ้เกิดหลังจากเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เคยใช้มาก่อน

2. หากอาการแพ้เกิดหลังจากที่เริ่มต้นใช้ผลิตภัณฑ์หลายชนิด ให้หยุดใช้ทุกอย่างแล้วค่อย ๆ เริ่มใช้ทีละ1อย่าง จากนั้นรอดูอาการ 1-2 สัปดาห์หลังใช้ผลิตภัณฑ์นั้น หากไม่แพ้ให้ทดสอบผลิตภัณฑ์อื่นต่อไป หรือหากมีอาการแพ้ควรหยุดใช้แบบถาวร

3. สามารถทำการทดสอบการแพ้ที่ท้องแขน โดยทาผลิตภัณฑ์ที่สงสัย ขนาดเท่าเหรียญสิบ ทาเช้า-เย็น ที่ตำแหน่งเดิม ทำซ้ำ 1-2 สัปดาห์ เพื่อสังเกตอาการ

4. เมื่อมาพบแพทย์ แพทย์จะวินิจฉัยโดยการทดสอบทางผิวหนัง เพื่อหาสารส่วนประกอบที่ผู้ใช้แพ้เพื่อการหลีกเลี่ยงที่ถูกต้อง

วิธีป้องกันอาการแพ้เครื่องสำอาง

1. หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ สารที่ระคายเคืองต่อผิว น้ำหอม สารแต่งกลิ่น สี ส่วนผสมที่ไม่จำเป็นอื่นๆ
2. หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีสารกันบูดสารกันเสียที่แพ้