The Marksman หนังแอ็คชั่นแนวถนัดของเลียม นีสันผู้สวมบทบาทเป็น จิม แฮนสัน เจ้าของฟาร์มชาวเมืองแอริโซน่า ผู้ต้องการใช้ชีวิตแบบปลีกวิเวกและไม่ต้องการจะสุงสิงกับใคร เขาพยายามหลีกหนีจากประกาศจับและพยายามเลี้ยงชีพที่เหลืออยู่ด้วยการหากินบนพรมแดนที่ห่างไกล จนกระทั่งสถานการณ์บางอย่างบีบบังคับให้เขาต้องลุกขึ้นมาสู้

เมื่อมิเกล (จาค็อบ เปเรซ) ผู้อพยพลี้ภัยในวัย 11 ปีที่หนีตายมาพร้อมกับโรซา (เทเรซา ลูอิส) ผู้เป็นแม่ ทั้งสองต้องเอาตัวรอดจากกลุ่มมือสังหารที่นำทีมโดยเมาริซิโอ (ฮวน พาโบล ราบา) ผู้โหดเหี้ยม โรซ่าได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนอาการสาหัส เธอจึงขอร้องให้จิมพาลูกชายไปส่งให้กับครอบครัวที่ชิคาโกอย่างปลอดภัย แม้ว่าซาราห์ (แคเธอรีน วินนิค) ลูกเลี้ยงของจิมจะคัดค้านก็ตาม แต่ด้วยเลือดนักสู้ของจิมก็ทำให้เขาตัดสินพามิเกลลัดเลาะผ่านด่านศุลกากรและตำรวจชายแดนสหรัฐฯ โดยที่มีกลุ่มนักฆ่าไล่ล่าแบบหายใจรดต้นคอ

มิตรภาพต่างวัยระหว่างจิมและมิเกลจึงค่อยๆก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ ท่ามกลางความแตกต่างและทั้งสองต้องเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ไปให้ได้

ผู้กำกับของเรื่องอย่างโรเบิร์ต ลอเรนซ์ได้พบกับเลียม นีสันเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับหนังเรื่อง The Masksman ซึ่งตัวละครจิม แฮนสันนั้นแทบจะอ้างอิงมาจากตัวละครของ “คลินท์ อีสต์วูด” อดีต เนื่องจากตัวละครนี้มีความสันโดษไม่อยากจะสุงสิงกับใคร

อย่างไรก็ตามเดิมทีก่อนหน้านี้ The Masksman คือมีชื่อหนังดั้งเดิมว่า The Minuteman ซึ่งตัวหนังเองมีความเป็นหนังแนวคาวบอยตะวันตกและโร้ดมูฟวี่ในตัว ซึ่งโรเบิร์ต ลอเรนซ์ ได้ใส่เนื้อหาที่เขาอยากจะนำเสนอให้ตัวละครจิมเป็นเหมือนตัวแทนของคนจำนวนมากในอเมริกา ซึ่งในตอนต้นเรื่องนั้นตัวจิมเอง ไม่แยแสกับชะตากรรมของเหล่าชาวเม็กซิกันอพยพ (อันเป็นปัญหาการเมืองระดับชาติของประเทศอเมริกา) เพราะเขามองว่าตัวของเขาเองก็มีปัญหาส่วนตัวมากมายที่ต้องจัดการอยู่แล้ว จนกระทั่งสถานการณ์ดำเนินไป จิมก็รู้สึกอยากจะไถ่บาปในตัวเองด้วยการหาทางช่วยเหลือคนอื่นในที่สุด

กว่าจะมาเป็นหนังเรื่องนี้ได้ ตัวโรเบิร์ตเองก็ขอความคิดเห็นมาจากตัวเลียม นีสันด้วยเช่นกัน ซึ่งเลียมได้แสดงจุดยืนและแนวคิดว่า “แง่มุมของการอพยพในเรื่องราวนี้เป็นส่วนสำคัญที่ดึงดูดผมมาแสดง The Marksman แต่ไม่ต้องการมีวาระอะไรเป็นพิเศษ เราแค่อยากเล่าเรื่องราวของมนุษย์ผ่านมุมมองที่แตกต่างกัน และช่วยตอบสนองต่อผู้คนในระดับอารมณ์ความรู้สึกที่มีต่อมนุษย์ผู้อื่นในสังคม”

โดยปกติแล้วหนังคาวบอยตะวันตกจะบอกเล่าการเดินทางของตัวเอกที่จะต้องเอาชนะเหล่าร้ายและช่วยเหลือผู้คนท่ามกลางบ้านป่าเมืองเถื่อน ซึ่งตัวหนัง The Masksman เอง มีลักษณะของหนังในเชิงศึกษาตัวละคร (Character Study) กับหนังแอ็คชั่นดุเดือด ซึ่งให้ความสมจริงนอกจากนี้ตัวละครเอกของเรื่องจะต้องนำเสนอการไถ่บาปโดยการเปลี่ยนแปลงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เขากลายเป็นคนที่เห็นแก่ตัวน้อยลง โดยทุกๆคนสามารถนำแนวคิดนี้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันของตัวเองได้

The Masksman จึงเป็นหนังอเมริกันขนานแท้ที่ผู้ชมจะสามารถดื่มด่ำไปกับเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความเป็นไปได้ ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยแง่มุมของความขัดแย้งทางเชื้อชาติ สังคม วัฒนธรรม และนำเสนอทางออกให้กับโลกใบนี้ได้อย่างน่าสนใจ

 

การค้นหานักแสดงที่จะมาถ่ายทอดความโหดเหี้ยมและเลือดเย็นของบทนักฆ่าเมาริโกนั้น ผู้ชมจะต้องรู้สึกได้ว่าตัวละครนี้ไม่ใช่แค่เพียงโหดร้ายและน่ากลัว เลวทราม แต่เขายังต้องเป็นตัวละครที่เพิ่มความตึงเครียดให้กับผู้ชมและทำให้เดิมพันในการเดินทางของเลียมและมิเกลนั้นมีความยากลำบากและอันตรายมากขึ้นด้วย

ฮวน พาโบล ราบา นักแสดงชาวโคลอมเบีย คือตัวเลือกที่ผู้กำกับโรเบิร์ตหมายตาเอาไว้ เพราะบทนำที่เขาแสดงในซีรีส์ Netflix เรื่อง Narcos นั่นเอง จนกระทั่งถึงเวลาที่ฮวน มาออดิชั่นบทนี้เขาถึงกับลงทุนโกนหัวเกลี้ยง เพราะนั่นคือสิ่งที่เขาทำการบ้านก่อนมารับบทและคิดว่าตัวละครนี้มีภาพลักษณ์เช่นนั้น โดยในวินาทีที่เขาถ่ายทอดบทพูดออกมา ผู้กำกับอย่างโรเบิร์ตก็รู้สึกขนลุกและสัมผัสได้ถึงความน่ากลัว อำมหิต และนั่นเองคือวินาทีที่ทีมงานลงความเห็นว่านักแสดงคนนี้นี่แหละที่จะมารับบทเป็นมาริโก้

ในมุมของฮวนเอง เขาก็มองว่าตัวละครนี้เป็นตัวละครที่รักสันโดษ และไม่ต้องการจะมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์คนอื่น แต่เขาเป็นเหมือนสุนัขล่าเนื้อ เมื่อเขาเห็นอะไรบางอย่างเขาจะไม่คิดอะไรเกี่ยวกับมันเลย ประเด็นในอเมริกาเองก็ถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับเขาเช่นกัน ดังนั้นก่อนมารับบทเขาจึงต้องทำการบ้านให้หนักไม่แพ้นักแสดงคนอื่นๆในเรื่อง

The Marksman มีกำหนดเข้าฉายวันที่ 4 มีนาคม 2564